สืบเนื่องจากถุงน้ำดี

posted on 01 Apr 2010 22:35 by jetnipit in LifeStyle

สืบเนื่องจาก Entry ก่อนหน้านี้ ผู้หญิง...ไม่มีดี ก็มีคนถามมาเยอะเรื่องของถุงน้ำดี ก็เลยขอยกมาเขียนไว้ใน Entry ใหม่เลยแล้วกันนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง

ถุงน้ำดี (Gallbladder) เป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้อง มีหน้าที่เก็บสะสมน้ำดีที่ผลิตจากตับ ซึ่งเอาไว้ช่วยย่อยอาหาร และทำให้น้ำดีที่ตับผลิตได้มีความเข้มข้นมากขึ้นด้วยการดูดซึมน้ำโดยเซลล์เยื่อบุผิวถุงน้ำดี ถุงน้ำดีมีโครงสร้างติดต่อกับตับและลำไส้เล็กตอนต้น ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการปล่อยน้ำดีออกสู่ทางเดินอาหาร การปล่อยน้ำดีจะเกิดขึ้นเมื่อมีอาหารที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบถูกลำเลียงเข้ามาในลำไส้เล็ก ดังนั้นน้ำดีจึงมีความสำคัญมากสำหรับการย่อยและดูดซึมอาหาร โดยเฉพาะไขมัน หากถุงน้ำดีไม่สามารถทำให้น้ำดีเข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม การย่อยไขมันก็จะยากลำบากขึ้น ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง เรอมาก และคลื่นไส้ เป็นต้น

ทีนี้มาถึงเรื่องของเรา คือเรื่องอาการที่หมอสันนิษฐานว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หาถุงน้ำดีไม่เจอ นั่นก็คือ "ถุงน้ำดีอักเสบ(เรื้อรัง)" ซึ่งเท่าที่ไปค้นหาจากกูเกิ้ล ก็เจอข้อสรุปคร่าว ๆ ดังนี้

โรคถุงน้ำดีอักเสบ

  1. มักจะเกิดร่วมกับคนที่มีนิ่วในถุงน้ำดี อาการของโรคนี้มักจะมีไข้สูง ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา อาจมีคลื่นไส้อาเจียนและตาเหลืองร่วมด้วย
  2. ถุงน้ำดีอักเสบ มักเป็นโรคแทรกซ้อนของนิ่วในถุงน้ำดี มีเพียงส่วนน้อยที่อาจไม่พบร่วมกับนิ่วในถุงน้ำดี แต่อาจพบในโรคอื่นๆ เช่น ไทฟอยด์ ตับอ่อนอักเสบ ความผิดปกติของท่อส่งน้ำดี เป็นต้น
  3. ในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบของถุงน้ำดีเฉียบพลัน จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดบริเวณใต้ชายโครงขวา คลื่นไส้ อาเจียน
  4. อาการแทรกซ้อนของโรคถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน อาจทำให้เกิด ภาวะมีหนองในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีเน่า ถุงน้ำดีทะลุ เยื่อบุช่องท้องอักเสบ ท่อน้ำดีอักเสบ
  5. โรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้เกิดนิ่วในท่อส่งน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ และอาจมีโอกาสทำให้เป็นมะเร็งของถุงน้ำดี

นอกจากนี้ ถุงน้ำดียังอาจจะเกิดการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียได้ ถ้าอาการถุงน้ำดีอักเสบกำเริบ มักจะเกิดอาการไข้สูง หนาวสั่น ท้องอืด เฟ้อ คลื่นไส้มาก บางครั้งเจ็บบริเวณสะบักขวา เมื่อกินยาแก้อักเสบบางครั้งจะหายไปได้เอง แต่ก็มักจะกำเริบได้อีก เมื่อถุงน้ำดีอักเสบบ่อยครั้งเข้า มันก็จะไม่สามารถทำให้น้ำดีที่ไหลเข้ามาเข้มข้นขึ้น การย่อยไขมันก็จะมีปัญหา หากว่าเกิดอาการถุงน้ำดีอักเสบแล้ว สามารถบรรเทาได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงลักษณะอาหารที่บริโภคในแต่ละวัน เรื่องนี้ พญ.ลลิตา ธีระสิริ ได้ให้คำแนะนำไว้ในเว็บไซต์ของศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีไว้ดังนี้

อาหารที่เหมาะกับโรคของถุงน้ำดีได้แก่

 

1. อาหารไทยแท้ ๆ ที่ไม่มีไขมันเลย อาหารไทยดั้งเดิม ไม่มีไขมัน คนไทยไม่มีอาหารประเภททอด ผัดหรอก อาหารไทยแท้เป็นอาหารจำพวกแกงป่า แกงส้ม ต้มยำ น้ำพริก ยำ ลาบ ส้มตำ อะไรทำนองนี้ คนไทยเราเพิ่งมาหัดกินน้ำมันเมื่อสมัยอยุธยาตอนกลางเท่านั้น เมื่อเราค้าขายกับจีนแล้วคนจีนเอาหมูมาเลี้ยงในเมืองไทย ตอนนั้นเองที่เรามีอาหารประเภทผัดและทอดกินแบบคนจีน คนไทยมากินกะทิเอาสมัยอยุธยาตอนปลายนี่เอง เมื่อเราคบกับแขกแล้วเห็นแขกกินกะทิ เราก็เลยปรับเปลี่ยนอาหารของเราให้มีกะทิบ้าง ดังนั้นหากไม่อยากให้น้ำดีที่เจือจางไปแล้วมีปัญหาในการย่อยไขมัน ก็ลองงดอาหารทอด ผัด กะทิ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมด ครีมเทียม ลองหันมากินแกงส้มต้มยำ ฯลฯ ดูสัก 1 สัปดาห์ คุณจะพบว่าอาการต่าง ๆ ที่เป็นอยู่จะดีขึ้นเอง
2. กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ในเนื้อสัตว์ทุกประเภท แม้แต่เนื้อแดง ๆ ที่มองไม่เห็นไขมันเลย ก็มีไขมันแทรกอยู่ทั้งสิ้น ถ้าไม่อยากให้เป็นภาระของน้ำดี ควรกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง โดยให้กินวันละไม่เกิน 1 ฝ่ามือของตัวเอง นั่นแปลว่าคุณจะต้องหันมากินอาหารไทยที่ใช้เนื้อสัตว์แต่น้อย เช่นแกงส้มที่ใช้เนื้อปลา หรือกุ้งนิด ๆหน่อย ๆ ต้มยำที่มีเห็ดปน และไม่ใช่ต้มยำน้ำข้นที่ใส่กะทิหรือนมสดลงไป ซึ่งไม่ใช่ต้มยำดั้งเดิมของไทยเราเลย

 

3. กินอาหารน้อย ๆ แต่บ่อยมื้อ การย่อยอาหารในรายที่เป็นโรคของถุงน้ำดี ควรกินอย่าให้อิ่มมากนัก แต่ไปเพิ่มมื้อเบรกเอา จะทำให้อาการท้องอืดเฟ้อ หายไปได้เร็วกว่า 
ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นเรื่องของถุงน้ำดีอักเสบ แต่เรื่องที่ถุงน้ำดีฝ่อหรือที่หมอหาไม่เจอ ไม่ยักกะมีข้อมูลแฮะ ยังไงก็ลองสังเกตุตัวเองดูก็แล้วกัน ว่าเราน่าจะเข้าข่ายถุงน้ำดีอักเสบรึไม่

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ~
อ่านแล้วรู้สึกกลัว...สงสัยต้องหัดสังเกตตัวเองบ้างแล้วค่ะ

#3 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2010-04-02 18:57

confused smile
ผู้หญิงไม่มีดี ... ถุงน้ำดี...เอ้ะ!!ยังไง

#1 By DELETE on 2010-04-01 23:18